ประวัติพระองค์แสน หลวงปู่สา และปาฏิหาริย์ปู่พญานาคศรีสุทโธ วัดสมศรีสะอาด บ้านเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
เสน่ห์ของวัดสมศรีสะอาด ในยามเดือนพฤศจิกายน นอกจากจะเต็มไปด้วยเมล็ดข้าวเปลือกที่ชาวบ้านพากันมาตากอยู่ลานวัดแล้ว ก็เห็นจะเป็นวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง เขาก็พากันจัดปะรำพิธีไหว้เจ้าปู่ศรีสุทโธร่วมด้วย พวกเราพากันปั่นจักรยานเข้าด้านหลังวัดในตอนเช้าๆ ประมาณหกโมงครึ่ง
เพราะต้องมาปะล้อที่แฟบแบนตั้งเมื่อวานที่ร้านปะยางหลังวัด เหลียวมองไปเห็นผู้อาวุโสจูงหลานๆ กับหิ้วภัตตาหารไปถวายพระ เสียงประกาศตามสายว่าใครจะไหว้ปู่ศรีสุทโธก็ให้นำพวกผลไม้เช่น แอปเปิ้ล กล้วย ฯลฯ ธูปเทียน และปัจจัยตามกำลังศรัทธามาด้วย
เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้เห็นตอนเขาทำพิธี แต่ได้ยินเสียงแอบบ่นจากคุณป้าท่านหนึ่งเมื่องานเสร็จว่า “เสียดายไม่ได้รำ..” เป็นอันว่าเขาไหว้ขอพรด้วยผลไม้และธูปเทียน แต่ไม่มีการรำปีนี้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศตัวเลขในขันน้ำมนต์และเลขสามตัวสุดท้ายยอดทำบุญจากไมโครโฟนของมัคนายก จึงเป็นอันเสร็จสิ้นการรอคอย จากนั้นต่างก็พากันแยกย้ายไปในเวลาเกือบเที่ยงของวัน
ที่วัดสมศรีสะอาดนี้ มองไปก็มีองค์ประกอบเช่นดังวัดทั่วไปในภาคอีสาน แต่ก็มีสิ่งที่พิเศษแตกต่างอยู่บ้างก็คือ เสาหินหรือหลักเสมาอายุสมัยทวารวดี ที่วัดนำมาทำเป็นหลักเสมารอบโบสถ์ ซึ่งเป็นเสาขนาดสูงใหญ่คาดว่าประมาณเกือบสองเมตร บางชิ้นหัก บางชิ้นครึ่งหนึ่งผังอยู่ในดิน บ่งบอกว่าวัดเดิมนั้นเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โบราณมาแต่เดิมตั้งแต่ยุคทวารวดี
นอกจากนี้จากการบอกเล่าของคุณลุงเตียง ผู้ซึ่งเป็นผู้รู้และเป็นอดีตพระสงฆ์ที่วัดมาก่อน ทำให้ทราบว่าบริเวณโบสถ์ในปัจจุบัน(สร้างประมาณปี 2513) ตั้งอยู่บนโบราณสถานเก่าแก่ที่สร้างจากหินศิลาแลง ซึ่งทั้งหมดถูกฝังอยู่ใต้ดิน รวมถึงวัตถุโบราณ ไหบรรจุกระดูก และพระพุทธรูปทองคำ
มีเรื่องราวที่มาของการฝังลงไปทั้งหมดอย่างสั้นๆ ว่า “เอาขึ้นมาบ่ได้” อีกทั้งพื้นที่บริเวณนี้จะทำอะไรโดยไม่บอกกล่าวไม่ได้เลย ชีวิตมีอันเป็นไป เช่น การตัดไม้หรือปรับพื้นดินก่อนการสร้างอุโบสถ จนต้องมาทำพิธีขอขมาบอกกล่าวกันใหม่
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดศรีสะอาดที่สำคัญยังมี “พระองค์แสน” หรือ พระพุทธรูปพระองค์แสน ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองคำและสำริด ที่หลวงปู่พระครูพิทักษ์วิหารกิจหรือหลวงปู่สา สานปวโร อดีตเจ้าอาวาส
ได้รับมาจากพระมหาบุญมี เศษสิลา ซึ่งเป็นเพื่อนกันสมัยเด็กเมื่อตอนบวชเรียนปริยัติธรรมที่วัดมัชฌิมวาส อุดรธานี ก่อนย้ายไปจำพรรษาที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 เมื่อคราวประสูติรัชกาลที่ 10 หลวงปู่สาถือเอาฤกษ์มหามงคล นำพระพุทธโบราณศักดิ์สิทธิ์พระองค์แสนมาประดิษฐาน ณ วัดศรีสะอาด บ้านเชียงแหว เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองให้สาธุชนได้กราบไหว้จนถึงปัจจุบัน
อ้างอิง : ISAN INSIGHT

